google-site-verification: google988c9a26901231a3.html

โครงการจัดสรรอสังหาริมทรัพย์ต่างๆ หากได้โฆษณาว่าสามารถจัดสรรสาธารณูปโภคต่างๆ ให้แก่ผู้จะซื้อได้ แต่ภายหลัง ปรากฏว่าโครงการไม่สามารถจัดทำตามที่ได้โฆษณาไว้ถือเป็นการปฏิเสธไม่ชำระหนี้ ผู้ซื้อไม่จำต้องชำระเงินและสามารถบอกเลิกสัญญาเพื่อขอเงินที่ได้ชำระไปคืนได้

โครงการจัดสรรอสังหาริมทรัพย์ต่างๆ หากได้โฆษณาว่าสามารถจัดสรรสาธารณูปโภคต่างๆ ให้แก่ผู้จะซื้อได้ แต่ภายหลัง ปรากฏว่าโครงการไม่สามารถจัดทำตามที่ได้โฆษณาไว้ถือเป็นการปฏิเสธไม่ชำระหนี้ ผู้ซื้อไม่จำต้องชำระเงินและสามารถบอกเลิกสัญญาเพื่อขอเงินที่ได้ชำระไปคืนได้

          หลายๆ ท่านอาจจะยังไม่ทราบ ว่าหากทางโครงการจัดสรรต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นหมู่บ้าน คอนโดมิเนียม หรือบ้านเดี่ยว ได้โฆษณาว่าสามารถทำสาธารณูปโภคต่าง ๆ ได้ ไม่ว่าจะเป็นมีสวนสาธารณะขนาดใหญ่ มีทางเข้าออกหลายทาง มีที่จอดรถให้หลาย ๆ คันต่อยูนิต แต่เมื่อได้ทำสัญญาจะซื้อจะขายจนชำระเงินดาวครบถ้วนแล้ว ปรากฏว่า โครงการไม่สามารถจัดทำตามที่ได้โฆษณาไว้ได้ ถือเป็นการปฏิเสธการชำระหนี้อันที่ตนได้ประกาศไว้ เพื่อจูงใจให้ผู้จะซื้อเข้าทำสัญญาเพื่อซื้อทรัพย์สินนั้น เมื่อข้อเท็จจริงเป็นดังที่ได้กล่าวไป ผู้จะซื้อสามารถปฏิเสธไม่เข้ารับโอนทรัพย์สินนั้นตามสัญญาจะซื้อจะขายได้ รวมถึงสามารถขอเงินที่ได้ชำระให้แก่โครงไปคืนได้ทั้งหมด พร้อมดอกเบี้ยเนื่องจากโครงการเป็นผู้ผิดสัญญา

        อ้างถึงคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2729/2545 โจทก์เสนอขายที่ดินในโครงการโดยมีแผนผังประกอบการขายด้วย จำเลยเข้าทำสัญญาจะซื้อจะขายเพราะเชื่อว่าโจทก์จะสร้างสาธารณูปโภคอันได้แก่สะพาน ตลาดระบบประปา ไฟฟ้าและโรงเรียนอนุบาล แต่ต่อมาโจทก์ไปยื่นคำขออนุญาตทำการค้าที่ดินระบุว่าขายราคาตารางวาละ 300 บาท ไม่มีการจัดทำสาธารณูปโภคอย่างอื่น เว้นแต่ทำถนนลูกรังเท่านั้น การกระทำของโจทก์เป็นการปฏิเสธการชำระหนี้ตามสัญญาจะซื้อจะขาย จำเลยจึงไม่มีหน้าที่ต้องชำระหนี้แก่โจทก์ ถือว่าโจทก์เป็นฝ่ายผิดสัญญาจำเลยย่อมมีสิทธิบอกเลิกสัญญาได้ การที่จำเลยขอเงินค่าที่ดินคืนจากโจทก์เมื่อโจทก์ปฏิเสธว่าไม่มีหน้าที่ที่จะต้องสร้างสาธารณูปโภคเป็นการบอกเลิกสัญญาจะซื้อจะขายที่ดินแล้ว สัญญาจะซื้อจะขายที่ดินจึงเป็นอันเลิกกัน โจทก์และจำเลยต้องกลับคืนสู่ฐานะเดิม โจทก์ต้องคืนเงินค่าที่ดินซึ่งได้รับจากจำเลยตามสัญญาจะซื้อจะขายแก่จำเลยโดยจำเลยต้องจดทะเบียนโอนที่ดินตามสัญญาจะซื้อจะขายคืนแก่โจทก์

        ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 456  การซื้อขายอสังหาริมทรัพย์ ถ้ามิได้ทำเป็นหนังสือและจดทะเบียนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่เป็นโมฆะ วิธีนี้ให้ใช้ถึงซื้อขายเรือมีระวางตั้งแต่ห้าตันขึ้นไป ทั้งซื้อขายแพและสัตว์พาหนะด้วย 

        สัญญาจะขายหรือจะซื้อ หรือคำมั่นในการซื้อขายทรัพย์สินตามที่ระบุไว้ในวรรคหนึ่ง ถ้ามิได้มีหลักฐานเป็นหนังสืออย่างหนึ่งอย่างใดลงลายมือชื่อฝ่ายผู้ต้องรับผิดเป็นสำคัญ หรือได้วางประจำไว้ หรือได้ชำระหนี้บางส่วนแล้ว จะฟ้องร้องให้บังคับคดีหาได้ไม่ 

บทบัญญัติที่กล่าวมาในวรรคก่อนนี้ ให้ใช้บังคับถึงสัญญาซื้อขายสังหาริมทรัพย์ซึ่งตกลงกันเป็นราคาสองหมื่นบาท หรือกว่านั้นขึ้นไปด้วย

 


ปรึกษากฎหมายโทร 080-9193691 , 02-0749954 หรือ แอดไลน์ @closelawyer หรือ คลิก https://line.me/R/ti/p/%40closelawyer

สาขาเชียงใหม่ โทร 080-3955536 แอดไลน์ @closelawyercmi หรือ คลิก https://lin.ee/Zu2JmNU


แบบฟอร์มปรึกษากฎหมาย/คดีความ

กรุณากรอกข้อมูลให้ครบถ้วน ทีมงานจะตอบคำถามท่านภายใน 3 วัน

ชื่อผู้ตอบ:

Visitors: 502,809